Pop-up Principles | ‘2 รูปทรง’ & ‘3 หลักการ’ ที่อยู่เบื้องหลังของ Pop-up ทุกชิ้น

Pop-up Principles
‘2 รูปทรง’ & ‘3 หลักการ’
ที่อยู่เบื้องหลังของ Pop-up ทุกชิ้น

กลไกกระดาษป๊อปอัพ คือการทำให้องค์ประกอบบนหน้ากระดาษเปิดแล้วเด้งขึ้นมา เราอาจคิดว่าการทำป๊อปอัพแต่ละแบบมีวิธีที่เฉพาะเจาะจง แต่จริง ๆ แล้วทุกป๊อปอัพล้วนมีจุดร่วมและหลักการเหมือนกัน หากเราทำความเข้าใจก็จะทำให้ออกแบบและสร้างสรรค์งานป๊อปอัพได้อย่างเข้าใจและรวดเร็วมากขึ้น

ดันแคน เบอร์มิงแฮม (Duncan Birmingham) อาจารย์ผู้สอนกลไกกระดาษในระดับมหาวิทยาลัยมากกว่า 20 ปี และเจ้าของช่องยูทูบ The Pop-Up Channel เผยว่า แท้จริงแล้วทุกป๊อปอัพมีหลักการพื้นฐานร่วมกัน ไม่ว่าป๊อปอัพนั้นจะทำยากหรือง่ายก็ตาม

โดยป๊อปอัพจะมีรูปทรงพื้นฐาน 2 แบบ และหลักการที่การทำให้ป๊อปอัพเคลื่อนไหวได้มี 3 หลักด้วยกัน

‘2 รูปทรง’ ของป๊อปอัพ

อ.เบอร์มิงแฮม บอกว่า รูปทรงของป๊อปอัพเกิดขึ้นจาก ‘รอยพับ’ (crease) การพับคือสิ่งที่สำคัญของป๊อปอัพ ยิ่งพับในจุดเดิมซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ จะทำให้ป๊อปอัพเคลื่อนไหวได้ดี เหมือนการหยอดจาระบีลงในบานพับของประตูหน้าต่างทำนองนั้น

รอยพับของป๊อปอัพชิ้นหนึ่งจะมีรูปแบบต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง

1. รอยพับบรรจบกัน (converging creases) – เส้นพับทั้งหมดมาบรรจบกันที่จุดเดียวบนร่องพับของกระดาษ

2. รอยพับขนาน (parallel creases) – เส้นพับของป๊อปอัพขนานกับร่องพับของกระดาษ

โดยรอยพับทั้งสองรูปแบบนี้จะเป็นจุดที่กำหนดรูปร่างและลักษณะการเคลื่อนไหวของกลไกป๊อปอัพต่อไป

‘3 หลักการ’ ที่ทำให้ป๊อปอัพเคลื่อนไหวได้

ก่อนอื่นต้องปูพื้นฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบภายในชิ้นงานป๊อปอัพก่อน

  • กระดาษฐาน (base sheet) – ฐานที่ใช้สำหรับติดป๊อปอัพ
  • ร่องพับ (gully) – ส่วนที่เป็นเหมือนบานพับของหน้ากระดาษ เมื่อเปิดออก ป๊อปอัพจะเด้งขึ้นมา
  • ชิ้นป๊อปอัพ (pop-up piece) – ชิ้นส่วนที่จะเด้งขึ้นมาเมื่อเปิดหน้ากระดาษ

อ.เบอร์มิงแฮม กล่าวว่า หากต้องการใช้ป๊อปอัพเปิดใช้งานได้และเด้งขึ้นมา การประดิษฐ์ต้องเป็นไปตาม 3 หลักการ ดังนี้

1. Every pop-up must span a gully.
ทุกป๊อปอัพต้องคร่อมร่องพับ

ป๊อปอัพจะเปิดแล้วเด้งขึ้นได้ก็ต่อเมื่อป๊อปอัพชิ้นนั้นติดคร่อมร่องพับ เพราะร่องพับเปรียบเสมือนบานพับ เมื่อติดไม่โดนบานพับป๊อปอัพก็จะไม่เปิดขึ้น

2. Every pop-up must balance on each side of the gully.
ทุกป๊อปอัพต้องสมดุลทั้งสองด้านของร่องพับ

จากที่กล่าวไปในข้างต้นว่ารูปทรงของป๊อปอัพมี 2 แบบด้วยกัน ทั้งสองแบบนี้จะมีจุดที่ถือว่าสมดุลต่างกันเล็กน้อย

  • รอยพับบรรจบกัน – ความสมดุลอยู่ที่ ‘มุม’

หากป๊อปอัพมีรูปทรงเป็นรอยพับบรรจบกัน ป๊อปอัพจะเปิดใช้งานได้อย่างราบรื่นก็ต่อเมื่อ ‘มุมบนฐาน’ กับ ‘มุมบนป๊อปอัพ’ รวมกันแล้วเท่ากันทั้งสองฝั่ง

จากรูปจะเห็นได้ว่า มุมบนฐานทั้งสองฝั่งมีขนาด A เท่ากัน ส่วนมุมบนป๊อปอัพมีขนาด B เท่ากัน ดังนั้น A+B จึงเท่ากันทั้งสองฝั่ง

  • รอยพับขนาน – ความสมดุลอยู่ที่ ‘ความยาว’

หากป๊อปอัพมีรูปรงเป็นรอยพับขนาน ป๊อปอัพจะเปิดใช้งานได้อย่างราบรื่นก็ต่อเมื่อ ‘ความยาวบนฐาน’ กับ ‘ความยาวบนป๊อปอัพ’ รวมกันแล้วเท่ากันทั้งสองฝั่ง

จากรูป (1) จะเห็นได้ว่า ความยาวบนฐานทั้งสองฝั่งมีขนาด A เท่ากัน ส่วนความยาวบนป๊อปอัพมีขนาด B เท่ากัน ดังนั้น A+B จึงเท่ากันทั้งสองฝั่ง

จากรูป (2) ความยาวบนฐานฝั่งซ้ายคือ A ฝั่งขวาคือ C ส่วนความยาวบนป๊อปอัพฝั่งซ้ายคือ B ฝั่งขวาคือ D แม้ความยาวอาจดูไม่เท่ากันเหมือนรูป (1) แต่เมื่อ A+B = C+D ดังนั้นป๊อปอัพชิ้นนี้จึงถือว่าสมดุล และเปิดใช้งานได้

3. Every pop-up creates gullies.
ทุกป๊อปอัพจะสร้างร่องพับเพิ่ม

ป๊อปอัพทุกชิ้นจะมีรอยพับอยู่แล้วเพื่อให้ป๊อปอัพสามารถขยับได้ ที่นี้รอยพับบางจุดเมื่อมองดี ๆ เราจะสามารถนำมาทำเป็นฐานอีกได้ เพราะรอยพับกับร่องพับนั้นเป็นสิ่งที่เหมือนกัน เป็นจุดที่กระดาษเกิดการพับ ไม่ได้ต่างกันเลย เราจึงสามารถนำป๊อปอัพไปติดต่อกันได้

กล่าวอีกนัยคือ ป๊อปอัพหนึ่งชิ้นสามารถกลายเป็นฐานให้กับป๊อปอัพชิ้นถัดไปได้ เราจึงสามารถนำป๊อปอัพมาติดซ้อนกันได้ ทำให้เกิดกลไกที่ซับซ้อนและทำให้ป๊อปอัพที่มีมิติมากยิ่งขึ้น

เมื่อเราเข้าใจพื้นฐานว่า ‘ป๊อปอัพมี 2 รูปทรง’ และ ‘มีหลักการพื้นฐาน 3 ข้อในการควบคุมให้ป๊อปอัพเคลื่อนไหวได้’ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นป๊อปอัพแบบไหนเราก็สามารถประดิษฐ์ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่การจดจำเพียงอย่างเดียว

สามารถติดตาม อ.เบอร์มิงแฮม ได้ที่ YouTube: The Pop-Up Channel

 

รู้จักและร่วมงานกับเราได้ที่ https://papermore.co/
Line: @papermore

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *