การปรับค่าสีในหน้าจอ | Calibration

การปรับสีหน้าจอ สีที่เห็นบนหน้าจอ ใช่สีที่แท้จริงของไฟล์งานหรือไม่?

การทำงานผ่านหน้าจอและอุปกรณ์ต่างๆ แม้จะเปิดไฟล์เดียวกัน แต่ใช้อุปกรณ์รุ่นเดียวกัน แต่ต่างเครื่องกัน จะมีการแสดงสีผ่านหน้าจอที่แตกต่างกันออกไป และอาจไม่ตรงกันแม้แต่สักเครื่องเดียวเลยก็ได้ เครื่องที่เราใช้ออกแบบ อาจแสดงค่าสีหนึ่ง ค่าความสว่างอย่างหนึ่ง แต่เมื่อนำไฟล์เดียวกันไปเปิดในอีกเครื่องหนึ่ง ก็จะมีการแสดงค่าที่ต่างออกไป ขึ้นกับการตั้งค่าและการปรับสีใน color space จึงเป็นที่มาของการปรับตั้งค่าหน้าจอที่เรียกว่าการ calibrate

Color space หรือช่วงของสีสันที่ปรากฏหรือใช้งานในแต่ละอุปกรณ์ ในธุรกิจการพิมพ์จะมีช่วงสีที่ใช้อยู่เป็นประจำอย่าง RGB และ CMYK ซึ่งเป็นขอบเขตของสี แบบ 3 สีผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ 4 สี ผ่านระบบเครื่องพิมพ์ ตามลำดับ ที่แต่ละ color space จะมีช่วงความกว้างที่แตกต่างกัน ทำให้แต่ละ color space จะมีช่วงที่ทับซ้อนกัน และช่วงที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ยิ่งมี color space ที่กว้างจะให้ภาพที่สดใสได้มากกว่า color space ที่แคบ จึงต้องมีการทำ color profile เข้ามาช่วยควบคุมการแสดงผลค่าสีต่างๆ ให้มีความใกล้เคียงกับที่ต้องการมากที่สุด คล้ายกับการตั้งค่าให้หน้าจอของ 2 อุปกรณ์ อ่านค่าสีในระบบพิกัดหรือภาษาเดียวกันได้นั่นเอง
สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง color space ได้ที่ https://papermore.co/2019/07/27/gamut-and-color-space/

การปรับค่าสีผ่านหน้าจอ (Calibration) มี 2 วิธี หนึ่งคือการปรับค่าสีด้วยสายตา ซึ่งมีความแม่นยำที่ต่ำและต้องอาศัยความชำนาญ และอีกวิธีคือการใช้อุปกรณ์หรือ hardware ประเภท spectrophotometer หรือ colorimeter ในการปรับเทียบ

การ calibrate หน้าจอด้วยสายตาโดยใช้คอมพิวเตอร์ของวินโดวส์ (Windows 7 ขึ้นไป)
สำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ การปรับ calibrate จะต้องเปิดใช้งานโปรแกรมที่มีในเครื่อง เพราะเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้ช่วงสีตรงกับที่ต้องการได้
โดยต้องอาศัยสายตาของเราช่วยในการปรับเลื่อนค่าสีให้มีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุด
1. เปิดใช้งานโปรแกรม calibrate display color, calibrate color หรือ adobe gamma ในเครื่องของวินโดวส์
2. กด Next จนถึงหน้าที่เป็นการปรับ Gamma ให้ได้ค่าแสงตามรูปที่มีค่า Gamma พอเหมาะ โดยเลื่อนแถบให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก จนมีสีที่ใกล้เคียงกัน กลืนกันมากที่สุด ซึ่งค่า Gamma คือค่าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแสงสีต่างๆ ในระบบ RGB เป็นระบบสีที่ใช้ในหน้าจอที่เป็นดิจิทัล ทั้งในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงกล้องถ่ายรูป
3. กด Next เพื่อปรับค่าความสว่าง (brightness) สามารถปรับได้จากตัวควบคุม (OSD) บนตัวจอ ซึ่งปรับให้ค่าความสว่างในช่วง Good brightness ซึ่งต้องให้ภาพไม่มืดเกินจนมองไม่เห็นบริเวณเงาของภาพ หรือสว่างเกินจนไม่สามารถแยกสีต่างๆ หรือมีสีดำที่ผิดเพี้ยนได้
4. ปรับ Contrast บน OSD บนตัวจอให้ได้ตรงตามภาพ เพื่อให้ความคมชัดของภาพถูกต้อง หลักการง่ายๆ คือจะต้องแยกความแตกต่างของสีขาวและเงาที่ตกกระทบบนสีขาวนั้นได้ ไม่สว่างจนเห็นเป็นสีขาวทั้งหมด หรือมืดจนทำให้โทนของภาพหม่นลงจนเกินไป
(โน้ตบุ๊กจะไม่สามารถปรับ brightness & contrast ในข้อ 3. และ 4. ได้ จึงจะข้ามไปขั้นตอนในข้อที่ 5.)
5. กด Next เพื่อปรับ Color Balance ให้สีต่างๆ มีความสมดุล โดยอ้างอิงจาก swatch สีที่แสดงในแถบเฉดสีเทา (gray bars) โดยการเลื่อนแถบสีของทั้งสีแดง เขียว และน้ำเงินให้ใกล้เคียงกับสีที่ปรากฏที่สุด เป็นการกำจัด color cast (สีที่ทำให้ภาพเพี้ยน) ออกไปในขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่ยาก เพราะต้องอาศัยสมดุลของทั้ง 3 สีหลักในระบบ RGB
6. กด Finish เพื่อบันทึกการปรับตั้งค่าล่าสุดไว้ และสามารถย้อนกลับไปดูค่าสีก่อนหน้าที่จะทำการ calibrate ได้

ข้อจำกัดของวิธีนี้คือ ต้องปรับค่าสีในขณะที่มีแสงสว่างเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีไฟส่องหน้าจอโดยตรง การปรับแต่งหน้าจอและการ์ดจอให้เป็นแบบ default รวมถึงผู้มีปัญหาทางสายตา เช่น ตาบอดสี จะไม่สามารถใช้วิธีนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *